เป็นนวัตกรรมเพื่อสุขภาพที่เน้นการฆ่าเชื้ออย่างรวดเร็วและการรักษาคุณภาพน้ำในระยะยาว
ซึ่งสามารถ ลดการใช้สารเคมี (คลอรีน) ลงได้ถึง 80% โดยระบบที่นิยมใช้ร่วมกันมากที่สุดคือ:
1. ระบบโอโซน (Ozone) + ระบบเกลือ (Salt Chlorinator)
- การทำงาน: โอโซนทำหน้าที่เป็นตัวออกซิไดซ์ที่รุนแรง ทำลายเชื้อโรคและสารอินทรีย์ (เหงื่อ, ครีมกันแดด) ได้เร็วกว่าคลอรีนถึง 3,000 เท่า ในขณะที่ระบบเกลือจะผลิตคลอรีนในปริมาณต่ำมากเพื่อประคับประคองให้น้ำสะอาดอยู่ตลอดเวลา
- ผลลัพธ์: ลดการสะสมของสารคลอรามีน (Chloramines) ซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นฉุนและการระคายเคืองตาและผิวหนัง
2. ระบบยูวี (UV-C) + ระบบโอโซน (Ozone)
- การทำงาน: น้ำจะผ่านกระบอก UV เพื่อตัดวงจร DNA ของเชื้อโรค และใช้โอโซนช่วยฆ่าเชื้อซ้ำอีกชั้น ระบบนี้ถือเป็น “Advanced Oxidation Process (AOP)” ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด
- ผลลัพธ์: สามารถทำลายเชื้อโรคที่คลอรีนฆ่าไม่ได้ เช่น Cryptosporidium และลดความจำเป็นในการเติมคลอรีนก้อนหรือผงลงได้มหาศาล
3. ระบบไอออนไนเซอร์ (Ionizer) + ระบบเกลือหรือยูวี
- การทำงาน: ปล่อยประจุแร่ธาตุ (ทองแดงและเงิน) เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของตะไคร่น้ำและแบคทีเรีย
- ผลลัพธ์: ช่วยให้น้ำมีสภาพเหมือนน้ำแร่ธรรมชาติ อ่อนโยนต่อเด็กและผู้สูงอายุ
ประโยชน์หลักที่ได้รับ:
- สุขภาพดีขึ้น: ไม่แสบตา ผิวไม่แห้ง และไม่มีกลิ่นสารเคมีติดตัว
- ประหยัดระยะยาว: ลดค่าใช้จ่ายด้านสารเคมีบำรุงรักษาได้ 50-80%
- เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: ลดการปล่อยน้ำเสียที่มีสารเคมีเจือปนสูง
การอัปเกรดสระว่ายน้ำจากระบบคลอรีนแบบเดิม มาเป็นระบบคู่ (Hybrid System)
เพื่อลดการใช้สารเคมีลง 80% มีรายละเอียดค่าใช้จ่ายและขั้นตอนดังนี้ครับ
1. ราคาโดยประมาณ (รวมอุปกรณ์และค่าติดตั้งพื้นฐาน)
งบประมาณขึ้นอยู่กับขนาดของสระ (ปริมาตรน้ำเป็นลูกบาศก์เมตร – ) และยี่ห้อของอุปกรณ์:
| ระบบคู่ (Hybrid System) | สระขนาดเล็ก (<50𝑚3) | สระขนาดกลาง (50−100𝑚3) | |
| เกลือ + โอโซน | 65,000 – 85,000 บาท | 90,000 – 130,000 บาท | |
| ยูวี + โอโซน (AOP) | 45,000 – 65,000 บาท | 70,000 – 110,000 บาท | |
| น้ำแร่/ไอออน + ยูวี/โอโซน | 95,000 – 120,000 บาท | 140,000 – 180,000 บาท |
หมายเหตุ: ราคาเครื่องผลิตโอโซน/คลอรีนขนาดพกพา (Intex) สำหรับสระน็อคดาวน์เริ่มต้นเพียง 16,900 บาท
2. วิธีเปลี่ยนจากสระคลอรีนเดิม เป็นระบบคู่
คุณสามารถเปลี่ยนระบบได้โดยไม่ต้องทุบสระใหม่ โดยมีขั้นตอนหลักดังนี้:
- ประเมินระบบเดิม: ตรวจสอบพื้นที่ในห้องเครื่องว่ามีที่ว่างพอสำหรับติดตั้งกระบอก UV หรือเครื่องกำเนิดโอโซนเพิ่มเติมหรือไม่
- ติดตั้งอุปกรณ์: ช่างจะตัดต่อท่อ PVC บริเวณทางน้ำกลับเข้าสระ (Return Line) เพื่อติดตั้งเซลล์เกลือ, กระบอก UV หรือหัวฉีด Venturi สำหรับโอโซน
- ปรับสภาพน้ำ:
1.) ถ่ายน้ำออกบางส่วนหากน้ำเดิมมีค่าสารเคมีค้างค้างสูงเกินไป
2.) ปรับค่า pH ให้สมดุล (7.2 – 7.6)
3.) เติมเกลือบริสุทธิ์ (กรณีใช้ระบบเกลือร่วมด้วย) ตามปริมาณที่เครื่องกำหนด
- เซตระบบคอนโทรล: เชื่อมต่อระบบไฟฟ้าให้เครื่องทำงานสัมพันธ์กับปั๊มกรองหลัก
ข้อควรระวังในการติดตั้ง:
- ระบบโอโซน: ต้องติดตั้งตัวดักโอโซน (Degas Balon) เพื่อไม่ให้ฟองก๊าซหลุดเข้าไปกัดกร่อนอุปกรณ์ในสระ
- ค่าไฟ: ระบบคู่จะกินไฟเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากตัวเครื่องกำเนิดแสง/ก๊าซ แต่จะประหยัดค่าเคมีได้ประมาณ 1,500 – 3,000 บาทต่อเดือน (สำหรับสระบ้านทั่วไป)
