- ระดับคลอรีนต่ำเกินไป: เมื่อไม่มีคลอรีนเพียงพอที่จะฆ่าเชื้อโรค สาหร่ายจะขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว
- ค่า pH ไม่สมดุล: หากค่า pH สูงเกินไป (มากกว่า 7.8) คลอรีนจะทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
- ระบบกรองทำงานไม่เพียงพอ: ไส้กรองสกปรก ตัน หรือเปิดปั๊มกรองน้ำทิ้งไว้น้อยเกินไป
- สภาพอากาศ: แสงแดดจัดช่วยให้สาหร่ายสังเคราะห์แสงได้ดี หรือหลังฝนตกหนักซึ่งนำพาเศษฝุ่นและฟอสเฟต (อาหารของสาหร่าย) ลงสู่สระ
วิธีแก้ไขน้ำเขียว (Step-by-Step)
- ทำความสะอาดเบื้องต้น: ตักเศษใบไม้และสิ่งสกปรกออก เพื่อไม่ให้กลายเป็นอาหารของสาหร่ายเพิ่ม
- ขัดสระ: ใช้แปรงขัดพื้นและผนังสระเพื่อทำให้สาหร่ายที่เกาะอยู่หลุดออกมาโดนสารเคมีได้ง่ายขึ้น
- ตรวจและปรับค่า pH: ปรับค่า pH ให้อยู่ในช่วง 7.2 – 7.6 เพื่อให้คลอรีนทำงานได้ดีที่สุด
- ทำ Shock Treatment: ใส่คลอรีนในปริมาณสูงกว่าปกติ (Super-chlorination) เพื่อฆ่าสาหร่ายให้หมด
- เติมน้ำยากำจัดตะไคร่ (Algaecide): เพื่อช่วยฆ่าสาหร่ายที่ยังหลงเหลือและป้องกันการกลับมาเกิดซ้ำ
- ระบบกรองต้องทำงานหนัก: เปิดปั๊มกรองน้ำทิ้งไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมง และต้องล้างไส้กรอง (Backwash) บ่อยๆ เพราะซากสาหร่ายที่ตายแล้วจะไปอุดตันเร็วมาก
- ใช้สารช่วยตกตะกอน (ถ้าจำเป็น): หากน้ำยังขุ่นให้ใส่สารตกตะกอน (Flocculant) แล้วดูดตะกอนทิ้งทางวาล์ว Waste
สำหรับการแก้ไขปัญหาน้ำเขียวใน
“สระระบบเกลือ” มีจุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะตัวเครื่องผลิตคลอรีนจากเกลือ (Salt Cell) มักจะผลิตคลอรีนได้ไม่เร็วพอที่จะสู้กับสาหร่ายที่กำลังแพร่พันธุ์ครับ
1. การคำนวณปริมาณคลอรีนสำหรับ Shock Treatment
สำหรับการทำ Shock Treatment เรามักใช้ คลอรีนผง (Calcium Hypochlorite 65% หรือ 70%) แทนการพึ่งพาเครื่องเกลือเพียงอย่างเดียวเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดสูตรคำนวณพื้นฐาน:
- น้ำเขียวเริ่มแรก (สีเขียวอ่อน): ใช้คลอรีนผงประมาณ 200 – 300 กรัม ต่อน้ำ 10 คิว ()
· น้ำเขียวเข้ม/เขียวเข้มจัด: อาจต้องใช้ถึง 500 – 800 กรัม ต่อน้ำ 10 คิว ()
ตัวอย่าง: หากสระของคุณมีขนาด 50 คิว และน้ำเขียวมาก
2. วิธีดูแลสระระบบเกลือเมื่อน้ำเขียว
การดูแลสระระบบเกลือจะแตกต่างจากสระคลอรีนทั่วไปเล็กน้อย ดังนี้ครับ:
เช็คค่า Cyanuric Acid (Stabilizer): ในสระระบบเกลือ ค่านี้สำคัญมาก (ควรอยู่ที่ 30-50 ppm) หากต่ำไป คลอรีนที่เครื่องผลิตได้จะระเหยหายไปกับแสงแดดแทบจะทันที
ปิดระบบ Salt Cell ชั่วคราว: ในขณะที่ใส่คลอรีนผงจำนวนมาก (Shock) ควรปิดเครื่องผลิตคลอรีนเพื่อยืดอายุการใช้งานของแผ่นเซลล์ และป้องกันเครื่อง Error จากค่าเคมีที่พุ่งสูงเกินไป
ตรวจสอบระดับเกลือ (Salt Level): สาเหตุที่น้ำเขียวอาจเกิดจากระดับเกลือต่ำเกินไปจนเครื่องไม่ผลิตคลอรีน ให้เช็คว่าค่าเกลืออยู่ในช่วง 3,000 – 3,500 ppm (ตามสเปกเครื่อง)
ล้างแผ่นเซลล์ (Cell Cleaning): ตรวจสอบว่ามีตะกรันขาวๆ เกาะที่แผ่นเซลล์หรือไม่ ถ้ามี แผ่นเซลล์จะผลิตคลอรีนไม่ได้เต็มที่ ให้ล้างด้วยกรดเกลือเจือจาง
ตารางสรุปค่ามาตรฐานสำหรับสระเกลือ
| ค่าที่ต้องวัด | ระดับที่เหมาะสม | ผลกระทบถ้าผิดปกติ |
| Free Chlorine | 1.0 – 3.0 ppm | ต่ำไปน้ำจะเขียวและสะสมเชื้อโรค |
| pH | 7.2 – 7.6 | สูงไปคลอรีนไม่ทำงาน / เกิดตะกรัน |
| Salt Level | 3,000 – 3,500 ppm | ต่ำไปเครื่องหยุดทำงาน |
| Cyanuric Acid | 30 – 50 ppm | ต่ำไปคลอรีนสลายตัวเร็วจากแดด |
สาเหตุหลักที่ทำให้น้ำในสระว่ายน้ำกลายเป็นสีเขียว
คือ การเจริญเติบโตของสาหร่าย (Algae Bloom) ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อระบบรักษาสมดุลของน้ำล้มเหลว โดยมีปัจจัยกระตุ้นดังนี้:
มีปัญหาน้ำในสระขุ่นหรือเขียว ต้องการวิธีแก้ไขเร่งด่วนทำอย่างไร
หากสระว่ายน้ำของคุณมีปัญหา
น้ำขุ่นหรือเขียว วิธีแก้ไขที่รวดเร็วที่สุดคือการทำ Shock Treatment เพื่อกำจัดตะไคร่น้ำและเชื้อโรคอย่างรุนแรง โดยมีขั้นตอนดังนี้ครับ:
1. ปรับสมดุลค่า pH (สำคัญมาก)
ก่อนเติมคลอรีน ต้องเช็กและปรับค่า pH ให้อยู่ระหว่าง 7.2 – 7.6. หากค่า pH สูงเกินไป คลอรีนที่เติมลงไปจะไม่มีประสิทธิภาพในการฆ่าตะไคร่น้ำ
2. ทำการช็อกคลอรีน (Shock Chlorine)
ใช้คลอรีนผงเข้มข้น (เช่น คลอรีน 90%) ในปริมาณมากกว่าปกติ 2-3 เท่า:
- น้ำเขียวอ่อน: ใช้ปริมาณ 2 เท่าของปกติ
- น้ำเขียวเข้ม: ใช้ปริมาณ 3-4 เท่าของปกติ
- วิธีใส่: ละลายคลอรีนในถังน้ำก่อน แล้วเทให้ทั่วสระ
3. ใส่สารช่วยให้น้ำใสและกำจัดตะไคร่
- น้ำยากำจัดตะไคร่ (Algaecide): เพื่อช่วยฆ่าสปอร์ตะไคร่ที่หลงเหลือ.
- สารเร่งตกตะกอน (Flocculant): หากน้ำขุ่นมาก ให้ใส่สารนี้เพื่อรวมกลุ่มสิ่งสกปรกให้ตกลงสู่ก้นสระภายในคืนเดียว.
4. เปิดระบบกรองน้ำต่อเนื่อง
เปิดปั๊มและระบบกรองน้ำทิ้งไว้ 24-48 ชั่วโมง จนกว่าน้ำจะเริ่มใส. หากใช้สารเร่งตกตะกอน ให้ปิดระบบกรองหลังหมุนเวียนน้ำสักพักเพื่อให้ตะกอนตกถึงพื้น แล้วจึงใช้เครื่องดูดตะกอน (Vacuum) ดูดทิ้งออกนอกสระ.
5. ทำความสะอาดอุปกรณ์
ขัดผนังและพื้นสระเพื่อไล่ตะไคร่ที่เกาะอยู่ และอย่าลืม ล้างถังกรอง (Backwash) บ่อยๆ ในช่วงนี้ เพราะไส้กรองจะเต็มไปด้วยซากตะไคร่ที่ตายแล้ว.
ข้อควรระวัง: ห้ามลงเล่นน้ำจนกว่าค่าคลอรีนจะลดลงมาอยู่ในระดับปกติ (1-3 ppm) ซึ่งอาจใช้เวลา 1-2 วันหลังการช็อก.
การคำนวณปริมาตรน้ำและปริมาณคลอรีนที่ต้องใช้ในการช็อกน้ำ (Shock Treatment) มีขั้นตอนและสูตรคำนวณดังนี้ครับ
➡️ ขั้นตอนที่ 1: คำนวณปริมาตรน้ำในสระ (Cubic Meters)
อันดับแรกต้องหาปริมาตรน้ำในสระโดยใช้สูตรทางเรขาคณิต (หน่วยเป็นเมตร) ดังนี้:
- สระสี่เหลี่ยม :
- สระวงกลม : 𝑉=3.14×2×
หมายเหตุ: ค่าความลึกเฉลี่ยคำนวณจาก
➡️ ขั้นตอนที่ 2: คำนวณปริมาณคลอรีนสำหรับช็อกน้ำ
สำหรับการทำ Shock Treatment เพื่อแก้ปัญหาน้ำเขียว โดยปกติจะใช้คลอรีนความเข้มข้น 90% ในอัตราส่วน 20 – 30 กรัม ต่อปริมาณน้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร ()
สูตรการคำนวณ :
➡️ ขั้นตอนที่ 3: ตัวอย่างการคำนวณ
หากสระว่ายน้ำของคุณกว้าง 4 เมตร ยาว 8 เมตร และลึกเฉลี่ย 1.5 เมตร:
- คำนวณปริมาตรน้ำ :
- คำนวณคลอรีน (ใช้เกณฑ์ 20 กรัม) :
- สรุป: ต้องใช้คลอรีนประมาณ 0.96 กิโลกรัม (หรือประมาณ 1 กิโลกรัม) ในการช็อกน้ำ
✅ คำตอบ:
วิธีการคำนวณปริมาตรน้ำคือการนำ กว้าง ยาว ลึกเฉลี่ย เพื่อให้ได้หน่วยเป็น ลูกบาศก์เมตร ()
จากนั้นให้นำปริมาตรที่ได้ไปคูณกับ 20-30 กรัม (สำหรับคลอรีน 90%) เพื่อหาปริมาณคลอรีนทั้งหมดที่ต้องใช้ในการแก้ปัญหาน้ำเขียวครับ
